แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 มุ่งเน้นการ "อนุรักษ์ฟื้นฟูและบำรุงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยา/แม่น้ำป่าสัก เชื่อมโยงมีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน 4 จังหวัด (จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) รวมระยะทาง 257 กิโลเมตร ครอบคลุมการจัดการแก้ไขปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดหลักที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพแหล่งน้ำ ได้แก่ ชุมชน อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม รวมทั้งการใช้ประโยชน์สายน้ำ
         แหล่งกำเนิดมลพิษสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำฯ มาจากภาคชุมชนร้อยละ 71 โรงงานอุตสาหกรรมร้อยละ 18 เพาะเลี้ยงสัตว์ร้อยละ 8 และฟาร์มสุกรร้อยละ 3 ทำให้เกิดน้ำเสียปริมาณไม่น้อยกว่า 328,610 ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งมาตรฐานคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา/แม่น้ำป่าสัก ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์แหล่งน้ำประเภทที่ 3 ได้แก่ แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ (1) การอุปโภคบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อน และ(2) การเกษตร แต่มีบางช่วงพบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน และมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมมากขึ้น
         ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2557 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานีได้ดำเนินการจัดการปัญหาน้ำทิ้งน้ำเสียชุมชนในระดับครัวเรือน ภายใต้โครงการสร้างครัวเรือนต้นแบบในการจัดการปัญหาการปล่อยน้ำทิ้งน้ำเสียจากครัวเรือนลงสู่แม่น้ำคูคลองฯ โดยได้จัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดฯ ที่ตั้งอยู่ริมเจ้าพระยา/ป่าสัก รัศมี 1 กิโลเมตร (ชุมชนริมน้ำ) ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ประกอบด้วย 14 อำเภอ 66 ตำบล 35,904 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 107,712 คน สภาพโดยส่วนใหญ่ยังมีบ้านเรือนในชุมชนที่ยังขาดการจัดการน้ำทิ้งน้ำเสียจากการประกอบอาหาร การอาบน้ำ การซักล้างและจากการขับถ่าย ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ไม่น้อยกว่าวันละ 16,156,800 ลิตร ได้ทำการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนภาคครัวเรือนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง/จัดการน้ำทิ้งน้ำเสียในครัวเรือนของตนเอง โดยให้ความรู้และสนับสนุนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน ไม่น้อยกว่า 6,500 ครัวเรือน (เป้าหมาย 10,000 ครัวเรือน) ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด และจัดการน้ำทิ้งน้ำเสียฯ ไม่น้อยกว่าวันละ 1,750,000 ลิตร และจัดตั้งแกนนำกลุ่มครัวเรือน ไม่น้อยกว่า 1,000 คน เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังกำกับดูแลรักษาระบบบำบัดน้ำเสียฯ